จัดฟันนานแค่ไหน

ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟัน
               สำหรับผู้ที่ต้องการจะจัดฟัน เมื่อได้พบทันตแพทย์ ได้รับการตรวจวินิจฉันแล้วว่าสามารถที่จะจัดฟันได้ สิ่งที่ผู้ต้องการจะจัดฟันต้องการทราบเป็นอันดับต่อไป ก็มักจะเป็นเรื่องของระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจัดฟันนั่นเอง เราจะต้องใส่อุปกรณ์จัดฟันไว้ในช่องปากนานแค่ไหน กว่าที่ฟันจะเรียงตังกันอย่างเรียบสวย แน่นอนว่า คำตอบสำหรับคำถามข้อนี้ จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่สถานการณ์และการเลือกชนิดของการจัดฟันของคนไข้แต่ละคน
อย่างไรก็ตาม เมื่อคนไข้ถามว่า จะต้องใส่อุปกรณ์จัดฟันไว้นานแค่ไหน ทันตแพทย์สามารถจะตอบสั้นๆ ได้ว่า ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคน ซึ่งคำตอบสั้น ๆ นีิ้ สามารถขยายความได้ดังนีี้
การที่คนไข้จะต้องใส่อุปกรณ์จัดฟันไว้นานแค่ไหนนั้น มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องของอายุคนไข้ ปัญหาฟันที่คนไข้กำลังประสบอยู่ ชนิดอุปกรณ์จัดฟันที่เลือกมาเพื่อใช้ในการรักษา ดังนั้นระยะเวลาที่คนไข้แต่ละคนจะใช้จึงต่างกันไป เพราะคนไข้แต่ละคนก็อยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และถ้าหากปัญหา หรือความผิดปกติของฟันของคนไข้นั้นมีมาก เช่นมีความผิดปกติของขากรรไกร มีโรคในช่องปาก หรือมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ระยะเวลาในการจัดฟัน ก็อาจจะยาวนานขึ้นไปอีก

               หลังจากที่ทันตพแพทย์ได้ตรวจเช็คในช่องปาก และประเมินสถานการณ์ของคนไข้แล้ว ทันตแพทย์ส่วนใหญ่ก็จะสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจัดฟันให้กับคนไข้ได้ รวมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการรักษาและการดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมในระหว่างที่จัดฟันด้วย

               เมื่อทราบคำตอบคราว ๆ แล้ว คนไข้จัดฟันก็จะได้ทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เมื่อกระบวนการรักษาได้เริ่มต้นขึ้น ดังนี้
               ในการนัดหมายครั้งแรก ทันตแพทย์จะตรวจอย่างละเอียด ทั้งดูในช่องปาก และรูปหน้า เพื่อจะดูว่าในการักษาที่จะให้ผลดีที่สุดนั้นควรจะเป็นอย่างไร ในขั้นนี้ จะมีทั้งการเอ็กซเรย์ การพิมพ์ฟัน การถ่ายภาพใบหน้า เมื่อเสร็จขึ้นตอนนี้ ทันตแพทย์จะนัดหมายครั้งต่อไป เพื่อให้คนไข้ได้เข้ามารับทราบรายละเอียดทั้งหมด และอธิบายแนวทางในการรักษา และผลที่คาดว่าจะได้รับเมื่อคนไข้ได้รับทราบรายละเอียดและแนวทางการรักษาแล้ว ก็จะต้องเลือกชนิดของอุปกรณ์จัดฟันที่จะใช้ ซึ่งปัจจุบันก็มีชนิดของอุปกรณ์หลากหลาย แต่ละชนิดก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ในขั้นของการเลือกนั้น ทันตแพทย์ก็จะช่วยแนะนำทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดให้กับคนไข้ด้วย

               เนื่องจากคนไข้แต่ละคนมีปัญหาในช่องปากที่แตกต่างกัน อุปกรณ์ที่เลือกใช้ก็แตกต่างกัน ดังนั้นระยะเวลาที่ใช้ก็ย่อมจะต้องแตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ทันตแพทย์ก็จะบอกระยะเวลาโดยเฉลี่ย มีรายละเอียดด้งนี้
การจัดฟันโดยทั่ว ๆ ไปนั้นจะใช้เวลาประมาณปีครึ่ง ถึง 2 ปี อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ขึ้นอยู่กับคนไข้ และปัญหาในช่องปาก คนไข้บางคน อาจจะใช้เวลาในการจัดฟันเพียงไม่กี่เดือน เพราะตำแหน่งของฟันผิดปกติเพียงเล็กน้อย แต่บางคนต้องใช้เวลานานเป็นปี เพราะมีปัญหาอื่น ๆ ในช่องปากที่ส่งผลกระทบต่อการจัดฟัน เช่นมีปัญหารากฟัน เป็นต้น
โดยมากแล้ว ผู้จัดฟันที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ จะใช้เวลาในการจัดฟันนานกว่าเด็ก แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะระยะเวลาที่ต้องใส่อุปกรณ์จัดฟันของแต่ละคนจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันดังที่อธิบายไปข้างต้น และเนื่องจากการจัดฟันผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นฟันที่เติบโตเต็มที่และยึดติดกับตำแหน่งบนกระดูกขากรรไกรไว้อย่างมั่นคงแล้วนั้น จะต้องใช้แรงดึง เพื่อเคลื่อนย้ายตำแหน่งมากกว่าฟันของเด็ก ดังนั้น จึงมีความเป็นไปที่ได้ผู้ใหญ่บางคนใช่เวลาจัดฟันนานถึง 3 ปี

               สำหรับผู้จัดฟันในวัยเด็กนั้น แม้จะบอกในเบื้องต้นได้ว่า น่าจะใช้เวลาน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่บางรายก็ใช้เวลานานได้เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับความผิดปกติของกระดูกขากรรไกร หรือไม่ฟันซ้อนเก ขึ้นผิดที่ผิดตำแหน่งมากเป็นต้น
เมื่อทันตแพทย์กำหนดระยะเวลาในการใส่เหล็กจัดฟันมาให้แล้ว จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่การจัดฟันจะสำเร็จเร็วกว่าที่ประเมินไว้ แน่นอนว่า มีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะกับคนไข้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด มาพบทันตแพทย์ตรงตามการนัดหมาย ใส่ใจดูแลความสะอาดและอนามัยในช่องปากเป็นอย่างดี ระมัดระวังกิจกรรมต่าง ๆในชีวิตประจำวันที่อาจจะส่งผลต่อการจัดฟัน และเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม
สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่ทันตแพทย์เน้นย้ำก็คือ เมื่อใส่อุปกรณ์จัดฟันจนครบกำหนด ฟันมาอยู่ในตำแหน่งที่สวยงามเหมาะสมแล้ว และทันตแพทย์ได้ถอดอุปกรณ์จัดฟันออกให้แล้ว คนไข้จัดฟัน ยังจะต้องดูแลรักษาฟันให้คงอยู่ในตำแหน่งนั้นต่อไปด้วยการใส่อุปกรณ์พยุงฟันต่อเนื่องไปอีก ซึ่งจะต้องใส่อย่างไร เป็นเวลานานแค่ไหน ก็จะต้องรับคำแนะนำจากทันตแพทย์ภายหลังจากการถอดอุปกรณ์จัดฟันออกไปแล้ว